|
นักวิจัย :ลีต้า อาษาวิเศษ, มยุรี ลี่ทองอิน, สิริมาศ ปิยะวัฒนพงศ์.
หลักการและเหตุผล ารวิจัยเชิงพรรณนาเพื่อศึกษาระดับและความสัมพันธ์ระหว่างความรู้ ทัศนคติ กับการปฏิบัติของพยาบาลต่อภาวะสับสนเฉียบพลันหลังผ่าตัดในผู้สูงอายุ ในโรงพยาบาลตติยภูมิแห่งหนึ่ง จังหวัดอุบลราชธานี จ�านวน 141 ราย เครื่องมือที่ใช้ในการรวบรวมข้อมูล ได้แก่ 1) แบบวัดความรู้ 2) แบบสอบถามทัศนคติ และ 3) แบบสอบถามการปฏิบัติการพยาบาล ผลการศึกษาพบว่า พยาบาลมีความรู้อยู่ระดับสูง คะแนนทัศนคติและคะแนนปฏิบัติอยู่ในระดับปานกลาง ทั้งนี้ความรู้ ทัศนคติต่อภาวะสับสนเฉียบพลันหลังผ่าตัดในผู้สูงอายุ ไม่มีความสัมพันธ์กับการปฏิบัติของพยาบาลอย่างมีนัยส�าคัญทางสถิติ (p > .05) อย่างไรก็ตามปัจจัยที่มีความสัมพันธ์อย่างมีนัยส�าคัญทางสถิติกับการปฏิบัติของพยาบาลในระยะก่อนผ่าตัดและระยะหลังผ่าตัดได้แก่ ทัศนคติเชิงบวก และทัศนคติเชิงลบ (r = 0.25, p< .01, r = -0.24, p< .01) ตามล�าดับดังนั้นควรส่งเสริมความรู้ เพิ่มทัศนคติเชิงบวกและลดทัศนคติเชิงลบของพยาบาลรวมทั้งพัฒนาแนวปฏิบัติการพยาบาลเพื่อป้องกันและดูแลภาวะสับสนเฉียบพลันหลังผ่าตัดในผู้สูงอายุ
คำสำคัญ ภาวะสับสนเฉียบพลันหลังผ่าตัด ผู้สูงอายุ ความรู้ ทัศนคติ การปฏิบัติการพยาบาล
วารสาร : วารสารการพยาบาลและการดูแลสุขภาพ. 2562; 37(4): 235-243
|