|
นักวิจัย :พัศจีพร ยศพิทักษ์, ณัชชา ตระการจันทร์.
หลักการและเหตุผล โรคข้อเข่าเสื่อมเป็นปัญหาสุขภาพที่พบบ่อยในผู้สูงอายุ เป็นโรคเรื้อรังที่มีการสึกกร่อนของกระดูกอ่อนและเนื้อเยื่อรอบๆข้อ โรคนี้ทําให้เกิดอาการปวดข้อ ข้อฝืดแข็ง ข้อบวมและผิดรูป มีเสียงในข้อในขณะเคลื่อนไหว องศาการเคลื่อนไหวของข้อลดลง ความมั่นคงของข้อเสียไป กล้ามเนื้อรอบข้อลีบเล็กลง ในผู้ป่วยที่มีอาการปวดข้อเข่าขั้นรุนแรงจนมีผลกระทบต่อการดําเนินชีวิตประจําวัน มีหัวเข่าโกงงอผิดรูปส่งผลให้เดินไม่สะดวก และข้อเข่าไม่มั่นคง จําเป็นต้องได้รับการผ่าตัดเปลี่ยนข้อเข่าเทียม หลังผ่าตัดผู้ป่วยมีความจําเป็นต้องได้รับการฟื้นฟูสมรรถภาพและการบริหารข้อเข่าอย่างถูกต้องจากทีมสุขภาพ ซึ่งการฟื้นฟูสมรรถภาพและการบริหารข้อเข่าหลังผ่าตัด แบ่งออกเป็น 3 ระยะ ประกอบด้วย ระยะแรกหลังผ่าตัด (หลังผ่าตัด 24 ชั่วโมงแรกจนถึงหลังผ่าตัด 6 สัปดาห์), ระยะกลาง(ระหว่างปลายสัปดาห์ที่ 6–สัปดาห์ที่ 12), และระยะยาว(หลังผ่าตัด3 เดือนเป็นต้นไป)ซึ่งการเพิ่มความสามารถในการทําหน้าที่ของร่างกายโดยการเหยียดและงอเข่า จะมีการฟื้นฟูสมรรถภาพได้ดีที่สุดในช่วง 6 สัปดาห์แรกหลังการผ่าตัด และการฟื้นฟูสมรรถภาพภายในระยะเวลา 24 ชั่วโมงหลังการผ่าตัดจะสามารถลดอาการปวด เพิ่มพิสัยการเคลื่อนไหวของข้อ และลดระยะเวลาการนอนโรงพยาบาลได้การฟื้นฟูจะเน้นการออกกําลังกายเพื่อเพิ่มความแข็งแรงของกล้ามเนื้อขา การเพิ่มความยืดหยุ่นของกล้ามเนื้อขา และการเพิ่มองศาการเคลื่อนไหวของข้อเข่าเทียม ป้องกันภาวะข้อเข่าติดแข็งและภาวะหลอดเลือดดําอุดตัน ซึ่งในปัจจุบัน มีการใช้เครื่องช่วยการเคลื่อนไหวข้อเข่าอย่างต่อเนื่อง (Continuous passive motion machine) เข้ามาช่วยเพิ่มองศาการเคลื่อนไหวของข้อเข่า และการกระตุ้นไฟฟ้าประสาทกล้ามเนื้อ(Neuromuscular electrical stimulation)เพื่อเพิ่มความแข็งแรงและประสิทธิภาพในการทํางานของกล้ามเนื้อเหยียดข้อเข่า ซึ่งจะช่วยให้ผู้ป่วยเดินได้เร็วและกลับไปใช้ชีวิตประจําวันได้เร็วขึ้น
คำสำคัญ การฟื้นฟูสภาพ; การผ่าตัดเปลี่ยนข้อเข่าเทียม;โรคข้อเข่าเสื่อม
วารสาร : วารสารศูนย์อนามัยที่ 9 2563; 14 (34): 271-284.
|